Blog

โรคตาแห้ง EP3

สาเหตุและอาการ

“ตาแห้ง ปัญหาที่เจอกันแทบจะทุกวันเลยคะ”

ตาแห้ง ในปัจจุบันพบได้เยอะ เป็นปัญหาน่ารำคาญ มีส่วนน้อยที่จะทำให้เกิดอาการที่รุนแรง บางครั้งพบตั้งแต่อายุไม่มาก เพราะเริ่มใช้เทคโนโลยี สมาร์ทโฟน หรือ วัยทำงานที่ต้องใช้สายตากับคอมพิวเตอร์ หรือ คนที่ใช้คอนแทคเลนส์ และปัจจัยลักษณะที่ทำงาน โดนแดด โดนลมเยอะ ก็จะมีโอกาสตาแห้งได้เยอะ และยังไม่รวมกลุ่มคนที่เป็นโรคประจำตัวนะคะ เช่น กลุ่มคนเป็นโรคภูมิแพ้ที่ต้องกินยาภูมิแพ้ตลอดเวลา หรือกลุ่มคนไข้ที่เป็นสิว ที่ต้องกินยารักษาสิว

คนที่เป็นโรคตาแห้ง ส่วนใหญ่จะไม่ได้รู้สึกว่าตาแห้ง แต่อาจจะมาด้วยอาการอย่างอื่น เช่น คันตา เคืองตา แบบลักษณะไม่สบายตา กระพริบตาแล้ว สบายตาขึ้น หรือ โดนลมแล้วเคืองตา ตาแดงบ่อยๆ หรือน้ำตาไหล

ทำไมตาแห้ง แล้วน้ำตาไหล อธิบายจากเวลาตาแห้งมาก ก็จะส่งสัญญาณไปบอกสมอง ว่า “ตอนนี้ตาฉันแห้งมากเลย…ช่วยส่งน้ำตามาช่วยฉันที” สมองก็จะส่งน้ำตามาให้ โดยส่งมาในลักษณะทำให้น้ำตาไหล แต่ปรากกฏว่า ก็จะไม่สามารถส่งมาช่วยได้นาน ตาก็กลับมาแห้งใหม่ แล้วก็ส่งสัญญาณไปใหม่ เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ

ในคนที่ใส่คอนเทคเลนส์ จะมีโอกาสเป็นโรคตาแห้งได้มากขึ้น เนื่องจากคอนแทคเลนส์ ส่งผลเสียต่อตัวต่อมสร้างน้ำตาชนิดไขมัน ทำให้คุณภาพ และ ปริมาณ ของน้ำตาลดลงได้ ทำให้มีอาการเคืองตา ตาแห้ง ตาแดง ปวดตา บางครั้งถอดคอนแทคเลนส์ยาก ถ้ายิ่งต้องใช้งานกับคอมพิวเตอร์ บางทีมันล้า จนมีความรู้สึกว่าบางทีฉันไม่อยากมองล่ะ ขอกระพริบตา ขอนั่งหลับตาสักพัก

ฉะนั้น จะเห็นได้ว่าโรคตาแห้ง มีอาการได้หลายอย่าง จนบางที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า มีโรคนี้อยู่

วิธีการตรวจตาแห้ง

“แค่ดูด้วยกล้องอย่างเดียว…รู้เลยหรอคะว่าตาแห้ง”

การตรวจตาแห้ง มีหลายขั้นตอนค่ะ เยอะกว่าหลายๆคนคิด เคยมีผู้ป่วยถามว่า “แค่ดูด้วยกล้องอย่างเดียว…รู้เลยหรือคะว่าตาแห้ง” ต้องอธิบายอย่างนี้ว่า กล้องทั่วไปที่แพทย์ใช้อยู่ รู้แค่บางส่วน แต่ไม่ครอบคลุมทั้งหมด เพราะว่าตาแห้ง ต้องดูว่า องค์ประกอบของน้ำตาส่วนไหนที่มีปัญหา

องค์ประกอบของน้ำตามี 3 ส่วน
1. ส่วนที่เป็นเยื่อเมือก
2. ส่วนที่เป็นชั้นน้ำ
3. ส่วนที่เป็นชั้นไขมัน

เพื่อการรักษาที่ได้ผล การวิเคราะห์ว่า ปัญหามาจากส่วนไหน เป็นเรื่องสำคัญค่ะ
ตัวอย่างการตรวจตาแห้ง

การตรวจหน้ากล้อง Slit lamp เป็นเหมือนการขยายภาพ ให้หมอเห็นรอยโรคชัดขึ้น เช่นต้อลม ต้อเนื้อ หรือ ความผิดปกติของเปลือกตา บางครั้งจะมีการย้อมสีเหลือง เพื่อดูรอยถลอกบนผิวตา และดูคุณภาพของน้ำตาได้ค่ะ เช่นปกติเวลาเราหลับตา แล้วลืมตา น้ำตาควรจะคลุมดวงตาได้ 10 วินาที การย้อมสีจึงเป็นสิ่งบ่งบอกว่าน้ำตาจะคลุมดวงตาของผู้ป่วยได้นานพอหรือไม่

การวัดปริมาณน้ำตา(ส่วนที่เป็นชั้นน้ำ) จะเป็นกระดาษ นำมาแขวนไว้ที่ตา แล้วดูว่ามีน้ำตาซึมออกมามากน้อยแค่ไหน ส่วนใหญ่วิธีนี้จำเป็นต้องทำในกรณีที่พบว่าตาแห้งมากๆหรือว่ามักใช้ในกรณีเตรียมตัวก่อนการทำเลสิก เพราะการทำเลสิก จะต้องมีน้ำตาในปริมาณเพียงพอต่อการหายของแผล

ส่วนน้ำตาชั้นไขมัน มีเครื่องมือวัดตัวใหม่ ชื่อ LipiView ที่ถ่ายรูปดูได้ว่าชั้นไขมันในน้ำตาเราหนาแค่ไหน และสามารถที่จะถ่ายรูปให้ดูได้ด้วยว่า ต่อมน้ำตาชนิดไขมันของเราเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน ซึ่งต่อมนี้ ถ้าเสียหายแล้ว จะไม่สามารถกลับมาทำงานได้อีก หรือ เราไม่สามารถเรียกต่อมน้ำตาชนิดไขมันที่ตายแล้วให้กลับมาได้ เรียกว่า “ตายแล้วตายเลย” การที่มีข้อมูลว่า ต่อมน้ำตาชนิดไขมันของเรา มีอยู่มากน้อยแค่ไหน จะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับทางเลือกของการรักษา

การตรวจตาแห้งมีหลายวิธี และขั้นตอน ข้อมูลจากการตรวจจะช่วยให้การรักษาทำได้ ตรงประเด็นมากที่สุด

วิธีการรักษาตาแห้ง

“ตาแห้งไม่เท่ากับน้ำตาเทียมนะคะ”

การรักษา “ตาแห้งไม่เท่ากับน้ำตาเทียมนะคะ”
คนส่วนใหญ่จะคิดว่า “เป็นตาแห้ง ใช้น้ำตาเทียมก็หาย” แต่จริงๆแล้ว สาเหตุของการตาแห้ง ต้องการวิธีการในการรักษาที่แตกต่างกัน น้ำตาเทียมเป็นส่วนสำคัญของการรักษา เพราะว่าเป็นการให้ความชุ่มชื้นได้ทันที หมายถึง ตอนนี้น้ำตาจริงเราไม่พอ หยดน้ำตาเทียมเข้าไป จะทำให้มีความชุ่มชื้นบนตาเราดีขึ้นทันที สบายตาขึ้น แต่น้ำตาเทียม ก็ยังไม่สามารถไปกระตุ้นให้น้ำตาจริงมันดีขึ้นได้

วิธีอื่นๆ ในการรักษาตาแห้ง
1. การประคบอุ่น จะไปช่วยในเรื่องของน้ำตาชั้นไขมันเราดีขึ้น ทำให้คุณภาพน้ำตาโดยรวมดีขึ้น การประคบอุ่นต้องใช้อุณหภูมิที่ 40 องศา ใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาที และผู้ป่วยควรทำอย่างน้อย วันละ 2 ครั้ง

2. การทำความสะอาดเปลือกตา เปลือกตาที่ไม่สะอาดหรือ มีการอักเสบบ่อยๆ ทำให้เกิดความเสียหายของต่อมไขมันเปลือกตา บางครั้งความไม่สะอาดทำให้มีตัวไรขนตามาอยู่บนเปลือกตา ไรขนตาก็จะทำลายต่อมไขมันเปลือกตาด้วย เพราะฉะนั้นการทำความสะอาดเปลือกตาเป็นสิ่งที่ต้องทำทุกวัน ไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงที่ใช้เครื่องสำอางทุกวัน

3. ยา กลุ่มยาที่เป็นตัวกระตุ้นสร้างน้ำตา หรือ กลุ่มยาลดอาการอักเสบ ส่วนนี้ต้องให้แพทย์ดู และอนุญาตสั่งจ่ายยา ถึงจะใช้ได้

4. การรีดระบายไขมันเพื่อกระตุ้นให้ต่อมไขมันเปลือกตาทำงานได้ดีขึ้น ทำได้ 2 วิธี คือ

  • การรีดระบายไขมัน แบบใช้มือ
  • การรีดระบายไขมัน แบบใช้เครื่อง LipiFlow ซึ่งมีรายงานว่า สามารถบรรเทาอาการตาแห้งได้ 50% และ อยู่ได้นาน 3-6 เดือน

คนที่มีอาการตาแห้ง สามารถดูแลเบื้องต้นได้เอง โดยการประคบอุ่น การทำความสะอาดเปลือกตา และ การใช้น้ำตาเทียม แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ควรจะพบจักษุแพทย์ เพื่อตรวจโดยละเอียดนะคะ